
โดยทั่วไปมิเตอร์ลักษณะนี้ มีอุปกรณ์หรือความสามารถในการส่งสัญญาณ แต่อาจจะแตกต่างกันไปตามการติดตั้งของทางการไฟฟ้า ดังนี้ครับ:
1. การส่งสัญญาณผ่านโมเด็ม (AMR)
มิเตอร์ประเภทนี้มักถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับชุด AMR (Automatic Meter Reading) โดยจะมีช่องเสียบหรือพอร์ตเชื่อมต่อ (เช่น RS-485 หรือ Optical Port) เพื่อต่อเข้ากับโมเด็มภายนอก ซึ่งจะส่งข้อมูลหน่วยค่าไฟฟ้ากลับไปยังศูนย์ประมวลผลของการไฟฟ้าผ่านสัญญาณโครงข่ายมือถือ (4G/5G) ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องมาเดินจดมิเตอร์เองครับ
2. การส่งสัญญาณผ่านระบบโครงข่าย (Smart Meter)
หากเป็นรุ่นใหม่ที่อัปเกรดเป็น Smart Meter เต็มตัว จะมีโมดูลสื่อสารในตัว (เช่น PLC, Zigbee หรือ RF Mesh) เพื่อส่งสัญญาณหากันเป็นทอดๆ จนถึงตัวรวมสัญญาณ (Data Concentrator)
3. พอร์ต Optical (ด้านหน้าเครื่อง)
สังเกตวงกลมเล็กๆ 2 วงที่อยู่ด้านหน้า (มักจะอยู่ใกล้ๆ หน้าจอ) นั่นคือ Optical Port ครับ เจ้าหน้าที่สามารถใช้หัวอ่านอินฟราเรดมาจ่อเพื่อดึงข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเชิงลึก (เช่น Peak Demand, Voltage, Current) เข้าสู่แท็บเล็ตได้โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลเอง
ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากในรูป:
- มีสติกเกอร์ “TOU” แปะอยู่: แสดงว่ามิเตอร์นี้คิดค่าไฟตามช่วงเวลา (On Peak / Off Peak) ซึ่งระบบนี้จำเป็นต้องมีความแม่นยำของเวลาสูง มักจะมีการส่งข้อมูลเพื่อซิงค์เวลาและตรวจสอบความผิดปกติอยู่เสมอครับ
- ส่วนที่วงสีแดงไว้: ปกติจะเป็นฝาครอบจุดเชื่อมต่อสายไฟ (Terminal Cover) ซึ่งภายในอาจจะมีพื้นที่สำหรับติดตั้งโมดูลสื่อสารเพิ่มเติมได้ในบางรุ่นครับ
สรุป มิเตอร์รุ่นนี้ “รองรับ” การส่งสัญญาณแน่นอนครับ และส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะติดตั้งพร้อมชุดส่งสัญญาณเพื่อให้สอดคล้องกับระบบคิดเงินแบบ TOU ครับ
#ช่างไฟดอทคอม บริการงานซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ไฟฟ้ากำลัง งานออกแบบติดตั้ง ครบจบ
ขั้นตอนการใช้บริการ
แอดไลน์ > แจ้งปัญหา > รอราคา > ตกลงราคา > รับบริการ

