
ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่รุนแรงและสามารถสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อระบบส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสายส่งและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง การป้องกันความเสียหายจากฟ้าผ่าจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่ง เครื่องป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Arrester) หรือ Surge Arrester ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันที่สำคัญ
หน้าที่และหลักการทำงานของ Lightning Arrester
เครื่องป้องกันฟ้าผ่ามีหน้าที่หลักในการ ปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าจากแรงดันเกินชั่วขณะ (Overvoltage) ที่เกิดจากฟ้าผ่าหรือการสวิตช์ระบบ (Switching Surges) โดยจะทำหน้าที่เป็นทางผ่านให้กระแสฟ้าผ่าไหลลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย ป้องกันไม่ให้แรงดันสูงผิดปกติเหล่านั้นเข้าทำลายฉนวนของอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า, สวิตช์เกียร์, หรือสายส่งเอง
หลักการทำงานของเครื่องป้องกันฟ้าผ่าคือ เมื่อเกิดแรงดันเกินขึ้นในระบบจนถึงระดับที่กำหนด ฉนวนภายในของเครื่องป้องกันฟ้าผ่าจะเปลี่ยนสถานะจากฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้กระแสไฟไหลผ่านลงสู่พื้นดิน เมื่อแรงดันในระบบกลับสู่ภาวะปกติ เครื่องป้องกันฟ้าผ่าจะกลับมาเป็นฉนวนอีกครั้งโดยอัตโนมัติ พร้อมที่จะทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
ประเภทของ Lightning Arrester สำหรับระบบ 22 kV
สำหรับระบบไฟฟ้าแรงดันปานกลาง เช่น 22 kV เครื่องป้องกันฟ้าผ่าที่นิยมใช้ในปัจจุบันมักจะเป็นชนิด Metal Oxide Varistor (MOV) Arrester หรือที่เรียกว่า ZnO Arrester ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ไม่มีช่องว่างอากาศ (Gapless Design): ต่างจากแบบเก่าที่ต้องมีช่องว่างอากาศ ทำให้มีการตอบสนองต่อแรงดันเกินได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า
- คุณสมบัติ Non-linear V-I Characteristic: หมายความว่าที่แรงดันปกติ เครื่องป้องกันฟ้าผ่าจะเป็นฉนวนที่มีค่าความต้านทานสูงมาก แต่เมื่อแรงดันสูงขึ้นถึงจุดหนึ่ง ค่าความต้านทานจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถระบายกระแสได้ทันที
- การบำรุงรักษาต่ำ: เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวหรือช่องว่างอากาศที่ต้องดูแล ทำให้มีความน่าเชื่อถือและอายุการใช้งานยาวนาน
การเลือกและการติดตั้ง Lightning Arrester สำหรับระบบ 22 kV
การเลือกเครื่องป้องกันฟ้าผ่าสำหรับระบบ 22 kV ต้องพิจารณาจาก:
- แรงดันใช้งานสูงสุดของระบบ (Maximum Continuous Operating Voltage – MCOV): ซึ่งควรสอดคล้องกับแรงดันของระบบที่ 22 kV
- ระดับแรงดันอิมพัลส์ที่ทนได้ของอุปกรณ์ (Basic Impulse Insulation Level – BIL): ค่านี้จะบอกถึงความสามารถในการทนต่อแรงดันฟ้าผ่าของอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกัน ซึ่งจะต้องเลือกเครื่องป้องกันฟ้าผ่าที่มีพิกัดเหมาะสมเพื่อลดแรงดันที่ตกคร่อมอุปกรณ์ลงให้ต่ำกว่าค่า BIL
- สภาพแวดล้อม: พิจารณาปัจจัยภายนอกเช่น มลภาวะ, ความชื้น, อุณหภูมิ
การติดตั้งเครื่องป้องกันฟ้าผ่าสำหรับระบบ 22 kV มักจะติดตั้งที่:
- จุดเชื่อมต่อสายส่งกับอุปกรณ์สำคัญ: เช่น บริเวณหม้อแปลงไฟฟ้า, สถานีไฟฟ้าย่อย, หรือจุดแยกสาย
- เสาไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงสูง: เช่น เสาไฟฟ้าที่สูงที่สุดในแนวสายส่ง หรือเสาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เกิดฟ้าผ่าบ่อย
บริการงานระบบไฟฟ้า ไฟบ้าน ไฟอาคาร ไฟสำนักงาน ไฟฟ้าโรงงาน #ช่างไฟดอทคอม
แจ้งปัญหาหรือปรึกษาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ฟรี!!!
HOTLINE-061-417-5732
https://www.facebook.com/changfidotcom
Line: @changfi
ขั้นตอนการใช้บริการ
แอดไลน์ > แจ้งปัญหา > รอราคา > ตกลงราคา > รับบริการ

lightning arester, ดักฟ้าผ่าแรงดันปานกลาง, ดักฟ้าผ่าหม้อแปลง
