สำหรับประเทศไทย คำว่า Direct PPA และ TPA กลายเป็นกระแสและข้อถกถอดที่ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะ “กุญแจดอกสำคัญ” ที่จะมาพลิกโฉมตลาดพลังงานไทย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสองคำนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าคืออะไร และจะช่วยปลดล็อกภาคเอกชนได้อย่างไรบ้าง
ในยุคที่ทั่วโลกกำลังขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ได้มองหาแค่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่ “พลังงานสะอาด” กลายเป็นหัวใจสำคัญในการแข่งขันระดับสากล

1. Direct PPA คืออะไร? (Direct Power Purchase Agreement)
Direct PPA หรือ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง คือ ข้อตกลงการซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง “ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน” (เช่น โซลาร์ฟาร์ม หรือฟาร์มพลังงานลม) กับ “ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคเอกชน” (เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือศูนย์ข้อมูล Data Center) โดยตรง
- รูปแบบเดิม: ภาคเอกชนต้องซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (MEA หรือ PEA) เท่านั้น แม้ว่าบางบริษัทจะมีพื้นที่และต้องการซื้อพลังงานสะอาดจากผู้ผลิตเอกชนรายอื่น ก็ไม่สามารถทำได้อย่างอิสระ
- รูปแบบใหม่ (Direct PPA): ผู้ซื้อสามารถทำสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาดจากผู้ผลิตได้โดยตรง ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้ดีขึ้น และมั่นใจได้ว่าไฟฟ้าที่ใช้มาจากพลังงานสะอาด 100% จริงๆ
2. TPA คืออะไร? (Third Party Access)
หากเปรียบ Direct PPA เป็น “สัญญาซื้อขายสินค้า” TPA ก็คือ “เส้นทางขนส่งสินค้า” นั่นเอง
TPA (Third Party Access) คือ หลักการเปิดให้ “บุคคลที่สาม” (ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนหรือผู้ซื้อ) สามารถขอใช้โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าและระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่มีอยู่แล้ว (ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ในการส่งกระแสไฟฟ้าจากจุดผลิตไปยังจุดใช้งานของผู้ซื้อได้
เกร็ดความรู้: ในการใช้ระบบ TPA ผู้ผลิตหรือผู้ซื้อจะต้องจ่ายค่าบริการการใช้สายส่งไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Wheeling Charge ให้กับการไฟฟ้าฯ เสมือนเป็นค่าผ่านทางนั่นเอง
3. ทำไม Direct PPA และ TPA ถึงสำคัญกับภาคธุรกิจไทยในปัจจุบัน?
การปลดล็อกให้มีระบบ Direct PPA และ TPA ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทรนด์รักษ์โลก แต่เป็นเรื่องของ “ความอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขัน” ของภาคธุรกิจไทย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ตอบโจทย์ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Supply Chain): บริษัทข้ามชาติและแบรนด์ดังระดับโลกหลายแห่งเข้าร่วมโครงการ RE100 (ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%) หากซัพพลายเออร์ในไทยไม่สามารถหาพลังงานสะอาดมาใช้ได้ อาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
- ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI): นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center มักมีเงื่อนไขหลักคือต้องเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างสะดวกและราคาเหมาะสม
- ทางเลือกด้านต้นทุนพลังงาน: เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถเจรจาราคาค่าไฟฟ้า (PPA) ระยะยาวกับผู้ผลิตได้ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก
สรุปภาพรวม
การขับเคลื่อน Direct PPA และ TPA ในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานให้มีความเสรีและยืดหยุ่นมากขึ้น แม้ในปัจจุบันจะยังอยู่ในช่วงของการทดลองและพัฒนาระบบกฎระเบียบ (Regulatory Sandbox) แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืออนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
คุณมองว่าอุตสาหกรรมประเภทใดในไทยที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปิดเสรี Direct PPA ในเฟสแรก?
ไลน์ > แจ้งปัญหา > รอราคา > ตกลงราคา > รับบริการ

